FoodieTaste.com : เว็บไซต์สำหรับคนรักการทำอาหาร กลับไปหน้าแรก
สารานุกรมอาหาร สูตรอาหารล่าสุด ร้านอาหารล่าสุด เว็บบอร์ดเรื่องอาหาร เครื่องดื่ม เชฟ โปรโมชั่นอาหาร Food Blog ลงทะเบียนสมาชิกเว็บไซต์ FoodieTaste
ความรู้และเคล็ดลับการทำอาหาร
ตัวช่วยในการทำอาหาร
ร่วมแนะนำข้อมูลอาหาร ค้นหาสูตรอาหาร
 
 
อาหารทะเล เนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์ เครื่องปรุงและเครื่องเทศ อาหารเส้นและธัญพืช เบเกอร์รี่ ไวน์กาแฟและเครื่องดื่ม
 
 
  FoodPedia : สารานุกรมอาหาร และอุปกรณ์ครัวต่างๆ
ค้นหาวัตถุดิบ เครื่องปรุง เครื่องเทศ การทำอาหารค้นหาสูตรอาหาร วิธีการทำอาหาร การทำอาหาร
  หน้าหลัก >> ผักและผลไม้

กีวี่  

กีวี่

Kiwi [กี-วี่]

กีวีไม้ผลประเภทเลื้อยเถาในเขตหนาวที่สำคัญชนิดหนึ่งของโลก มีถิ่นกำเนิดทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ในปี พ.ศ.2407 เมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว มิสชันนารีชาวนิวซีแลนด์คณะหนึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศจีน และได้นำ ผลไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า "ไชนิส กูสเบอร์รี" (Chinese gooseberries) ไปปลูกลงบนผืนดินของนิวซีแลนด์ ด้วยสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์ และอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการปลูกพืช ผลไม้ชนิดนี้จึงมีรสชาติดีขึ้น พ.ศ.2502 พวกเขาจึงได้ตั้งชื่อ "กีวี่ฟรุต" (Kiwifruit) เป็นชื่อใหม่ของผลไม้ชนิดนี้ ตามชื่อนกกีวีที่เป็นนกสัญลักษณ์ของประเทศ

ผลกีวี่ (Kiwi fruit) มีลักษณะของเนื้อที่มีสีเขียวเหมือนหยก และเมล็ดสีดำขนาดเล็กๆ กีวีจึงเป็นที่โปรดปรานของบรรดาเชฟและผู้บริโภค ในช่วงปลายพ.ศ.2513 และช่วงต้น พ.ศ.2523 ซึ่งเป็นช่วงที่กีวีได้รับความนิยมในการตกแต่งอาหารและเป็นส่วนประกอบของเมนูตามภัตตาคารชั้นนำ

นับตั้งแต่นั้น จึงได้มีการค้นพบว่ากีวีไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ที่เต็มไปด้วยรสชาติและมีขนาดเล็กน่ารักเท่านั้น แต่ยังเปี่ยมด้วยคุณค่าทางด้านโภชนาการอีกด้วย เพียงแค่รับประทานกีวีหนึ่งผลก็ได้รับปริมาณโปแตสเซียมเท่ากับที่มีในกล้วยหนึ่งผล วิตามินซีเท่ากับส้มสองผล และไฟเบอร์เ่ท่ากับมะละกอหนึ่งผล ด้วยข้อดีทั้งหลายนี้ จึงทำให้กีวีเป็นผลไม้ที่อยู่ในรายการของที่จะต้องซื้อของคนทั่วโลก

ปัจจุบัน นิวซีแลนด์พัฒนาคุณภาพกีวีจนเป็นที่ต้องการของตลาดโลก สามารถส่งออกกีวีไปยังผู้บริโภคใน 70 ประเทศ เฉพาะยุโรปทวีปเดียวก็ทำสถิติขายได้ปีละ 1.5 ล้านล้านผล รวมทั้งส่งกีวีมาจำหน่ายยังประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย

สำหรับประเทศไทยโครงการหลวงได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำพันธุ์กีวีฟรุตจากประเทศนิวซีแลนด์เข้ามาปลูกครั้งแรกในปี พ.ศ.2519 ที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง และพบว่ากีวีฟรุตบางพันธุ์สามารถออกดอกและติดผลได้ดี มีโอกาสที่จะพัฒนาให้เป็นไม้ผลเศรษฐกิจบนพื้นที่สูงได้ กีวีฟรุตจึงนับว่าเป็นไม้ผลที่มีศักยภาพดีชนิดหนึ่งในอนาคต


Actinidia deliciosa เป็นกีวีฟรุตที่ปลูกเป็นการค้ามากที่สุดของโลก ลักษณะโดยทั่วไปผลมีขนาดใหญ่ น้ำหนักผลประมาณ 100-150 กรัม ผิวผลสีน้ำตาล มีขน เนื้อผลสีเขียว มีปริมาณวิตามินซี 100-200 มิลลิกรัมต่อเนื้อผล 100 กรัม พันธุ์ที่เป็นการค้าที่สำคัญของโลกได้แก่ พันธุ์ Hayward สำหรับพันธุ์ที่ปลูกได้ค่อนข้างดีในประเทศไทย คือ พันธุ์ Bruno


A. chinensis เป็นกีวีฟรุตชนิดที่เริ่มมีความนิยมที่ปลูกเป็นการค้าใหม่ๆ ขึ้นมามาก พันธุ์ที่เป็นการค้าที่สำคัญของโลกได้แก่ พันธุ์ Hort16A ของนิวซีแลนด์ กีวีฟรุตชนิดนี้ต้องการความหนาวเย็นมากสั้นกว่า A. deliciosa จึงเป็นชนิดที่มีศัยกภาพในการปลูกเป็นการค้าในประเทศไทย เช่น พันธุ์ Yellow joy จากประเทศญี่ปุ่น และพันธุ์ลูกผสมต่างๆ จากโครงการศึกษาและคัดเลือกพันธุ์กีวีฟรุตของโครงการหลวง ส่วนใหญ่กีวีฟรุตเนื้อผลมีสีเหลืองผลมีขนาดใหญ่ น้ำหนักผลประมาณ 100-150 กรัม ผิวผลสีน้ำตาล มีขนค่อนข้างสั้น มีปริมาณวิตามินซี ประมาณ 100-200 มิลิลกรัมต่อเนื้อผล 100 กรัม

A. arguta มีชื่อเรียกว่า Baby Kiwi, Wee-kis หรือ Grape Kiwi เป็นกีวีฟรุตที่มีการปลูกเป็นการค้าแต่ยังไม่มากนัก ลักษณะโดยทั่วไปผลขนาดเล็ก น้ำหนักผลประมาณ 6-14 กรัม ผิวผลเรียบไม่มีขน รับประทานได้ทั้งเปลือก รสชาติหวาน มีกลิ่นหอมมีปริมาณวิตามินซี ประมาณ 70-100 มิลลิกรัมต่อเนื้อผล 100 กรัม พันธุ์ที่เป็นการค้าที่สำคัญของโลกได้แก่ พันธุ์ Ananasnaya สำหรับประเทศไทยมีหลายพันธุ์ที่นำมาจากประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มว่าศักยภาพดี

กีวีได้ผ่านการวิจัยแล้วว่าเป็นผลไม้ที่มี วิตามินซี และวิตามินอีในสัดส่วนสูง ซึ่งวิตามินทั้งสองชนิดนี้เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (ตัวต้านออกซิแดนท์) ที่ทรงประสิทธิภาพมากมีประโยชน์สำหรับคนทุกเพศทุกวัย


กีวี 100 กรัม ให้วิตามินซีสูงถึง 167% ของ RDA (Recommended Daily Allowance) ให้วิตามินซีมากกว่าการบริโภคแอปเปิล ส้ม กล้วย แครนเบอร์รี องุ่น ลูกแพร์ ทับทิม ในปริมาณที่เท่ากัน

วิตามินอีในกีวีเป็นวิตามินอีที่อยู่ในแหล่งอาหารที่ปราศจากไขมัน จึงช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้ในตัว ซึ่งหมายถึงการลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจด้วย

โพแทสเซียม (331 มิลลิกรัม/กีวี 100 กรัม) ภาวะความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดหัวใจวาย โพแทสเซียมช่วยลดภาวะความดันโลหิตสูงได้ ผู้มีอายุต้องการโพแทสเซียมช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเส้นใยประสาท กล้วยหอมเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง แต่กล้วยหอม 100 กรัม ให้พลังงานสูงกว่ากีวีถึง 2 เท่า สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำคงเผาผลาญพลังงานไปได้ แต่สำหรับคนที่ขาดการออกกำลังกาย พลังงานส่วนเกินที่ได้รับมีผลต่อน้ำหนักตัวที่จะเพิ่มขึ้น

ไฟเบอร์ (3.4 กรัม/กีวี 100 กรัม) ผลการศึกษากลุ่มตัวอย่างสุขภาพดีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 38 ราย กลุ่มหนึ่งรับประทานอาหารตามปกติ อีกกลุ่มรับประทานอาหารตามปกติเช่นกันและกินกีวีด้วยอัตรากีวี 1 ผล/น้ำหนักตัว 30 กิโลกรัม เป็นเวลา 3 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่กินกีวีด้วยนั้นขับถ่ายสะดวกและสม่ำเสมอกว่ากลุ่มที่รับประทานอาหารตามปกติอย่างเดียว ผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่ให้เส้นใยอาหาร (Fibre หน่วยกรัม/100 กรัม) เช่น ลูกแพร์ 2.2, แอปเปิล 1.8, ส้ม 1.7, กีวีสีทอง 1.4, กล้วยหอม 1.1, กรัม, องุ่น 0.7


โฟลเลต คือแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยในการแบ่งตัวของเซลล์ใหม่ (หมายถึงโครงสร้างร่างกายทั้งหมด) เช่น การสร้างอวัยวะทารกในครรภ์ การสร้างเม็ดเลือด การสร้างสารพันธุกรรมในร่างกาย คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ขาดโฟลเลตมีความเสี่ยงที่ทารกจะมีความพิการทางสมองและระบบประสาท กีวี 1 ผล ขนาด 76 กรัม มีโฟลเลต 19 ไมโครกรัม หรือ 5% ที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน (RDA)


แมกนีเซียม (30 มิลลิกรัม/กีวี 100 กรัม) ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมไปใช้สร้างเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟันได้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของแมกนีเซียม กระดูกที่แข็งแรงช่วยให้ร่างกายทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตได้คล่องตัวขึ้น และมีความสุขกับชีวิตได้เต็มที่ แมกนีเซียมที่มีในผลไม้ชนิดอื่น (หน่วยมิลลิกรัม/100 กรัม) เช่น กล้วยหอม 34, กีวีสีทอง 14.5, ส้ม 10, องุ่นและลูกแพร์ 7, ส้ม 5


ซิงก์ แร่ธาตุชนิดนี้มีความสำคัญสำหรับเด็กหนุ่มและผู้ชายทุกคน เพราะเป็นแร่ธาตุที่ใช้สร้างฮอร์โมนเพศชาย (เทสโตสเตอโรน)

จากผลการศึกษาในนิวซีแลนด์และยุโรปพบว่า การรับประทานกีวี 2 ผล/วัน จะช่วยลดภาวะที่เซลล์จะถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ และยังช่วยซ่อมแซมดีเอ็นเอที่ถูกทำลายจากกระบวนเผาผลาญอาหารของร่างกายได้อีกด้วย รวมทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภูมิคุ้มกันของร่างกาย

นักวิจัยในสหรัฐอเมริกายังพบประโยชน์อีกว่า เมื่อกินกีวีพร้อมหรือกินหลังอาหาร - โดยเฉพาะหากอาหารมื้อนั้นเป็นอาหารที่มีไขมันมาก - แร่ธาตุในกีวีจะช่วยลดสภาวะที่ร่างกายมีอนุมูลอิสระมากจนสารต้านอนุมูลอิสระมีไม่เพียงพอได้ด้วย

ที่มาข้อมูล : กรุงเทพธุรกิจ

 
       
   
Food - อาหาร ผักโสภณ Food - อาหาร เลมอนไธม์ Food - อาหาร มะเขือพวง
Food - อาหาร ต้มหอมญี่ปุ่น Food - อาหาร เลมอน Food - อาหาร มะยม
Food - อาหาร มะเขือเทศสลัด Food - อาหาร อัลฟัลฟ่า Food - อาหาร ข้าวโพดอ่อน
Food - อาหาร แครอท

 

 
สูตรอาหาร, อาหารไทย, อาหารฝรั่ง, อาหารญี่ปุ่น, เมนูอาหาร, ของหวาน, วิธีทำอาหาร, thaifood, thai, food, menu, recipe, japanfood, japan, dessert, cocktial, maincourse, สูตรอาหารไทย, อาหาร, ความรู้เกี่ยวกับอาหารไทย, บทความสาระน่ารู้เกี่ยวกับอาหาร, สมุนไพร, เคล็ดลับการทำอาหาร, อาหารลดความอ้วน, หมึกแดง, ครัวคุณหรีด, อ.ยิ่งศักดิ์, ร้านอาหาร, โรงเรียนสอนทำอาหาร, รีวิวร้านอาหาร, ร้านอร่อย, อาหารจีน, อาหารเกาหลี, อาหารเพื่อสุขภาพ, อาหารเจ, อาหารเสริม, อาหารว่าง, อาหารจานเดียว
     
   

รวมสูตรอาหารไทย สารานุกรมอาหาร รีวิวร้านอาหาร เคล็ดลับทำอาหารมากมาย กับ FoodieTaste ตั้งแต่ มือใหม่ก้นครัว แม่ครัวประจำบ้าน จนถึงระดับเชฟแนวหน้า : อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารเจ อาหารญี่ปุ่น อาหารเสริม อาหารว่าง อาหารจานเดียว ทั้งเมนูผัด ทอด ย่าง ต้ม แกง

About Us

Community

สูตรอาหาร - Recipes

Foodies' Essentials

ร้านอาหาร - Restaurants

Become a FAN

 

  Copyright FoodieTaste.com 2013-2015. All right served.